นักวิทยาศาสตร์ได้พบร่องรอยของแสงจากดาวฤกษ์ดวงแรกๆของจักรวาล

ในรายงานฉบับใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ Nature นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบร่องรอยของแสงที่เกิดขึ้นครั้งแรกในจักรวาล และเชื่อว่าถูกปลดปล่อยออกมาจากดาวฤกษ์ดวงแรกๆที่เกิดขึ้นหลังการระเบิดของจักรวาลครั้งใหญ่หรือที่รู้จักกันในชื่อบิกแบง (the Big Bang)

นักวิทยาศาสตร์ได้พบร่องรอยรังสีที่เหลืออยู่จากไฮโดรเจน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงแสงที่เคยเกิดขึ้นในยุคแรกๆของจักรวาลหลังจากการระเบิดบิกแบง นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าหลังจากการระเบิดบิกแบงจักรวาลจะเป็นยุคที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่ายุคมืดของจักรวาลเป็นระยะเวลาเพียงประมาณ 180 ล้านปีก่อนที่ดาวฤกษ์จะเริ่มส่องแสงเป็นครั้งแรก

ในขณะที่จักรวาลกำลังขยายตัวเนื่องจากการระเบิดบิกแบงพลาสมาไอออนที่เกิดจากการระเบิดจะค่อยๆเริ่มเย็นลง และเกิดเป็นอะตอมของไฮโดรเจนที่เป็นกลาง โดยที่อะตอมเหล่านี้จะถูกดึงเข้าหากันซึ่งจะทำให้เกิดการเผ่าไหมขึ้นและก่อตัวจนเป็นดาวฤกษ์ การค้นพบครั้งนี้เป็นครั้งแรกและใกล้เคียงที่สุดที่นักวิทยาศาสตร์ได้สังเกตเห็นถึงแสงจากดาวฤกษ์ดวงแรก ๆ ที่เกิดขึ้นในจักรวาลหลังจากการระเบิดบิกแบง

นักวิทยาศาสตร์ใช้กล้องโทรทรรศน์วิทยุจากหอดาวดาราศาสตร์เมอร์ชิสันในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย หอดาวดาราศาสตร์เมอร์ชิสันตั้งอยู่ในเขตปลอดเคลื่อนวิทยุที่มนุษย์สร้างขึ้นหรือมีการแทรกแซงจากเคลื่อนวิทยุน้อยมาก ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถใช้กล้องโทรทรรศน์ในการสังเกตจักรวาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ทีมของนักวิทยาศาสตร์ใช้เวลาทำงานถึง 12 ปีเพื่อที่จะสามารถตรวจจับสััญญาณเหล่านี้ได้

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าการค้นพบในครั้งนี้เป็นการค้นพบครั้งแรกและยังอยู่ในช่วงการศึกษาเริ่มต้น ยังคงต้องมีการศึกษาวิจัยต่อไปเพื่อยืนยันว่าข้อมูลต่าง ๆ ว่าถูกต้องและไม่มีข้อผิดพลาด อย่างไรก็ตามการค้นพบถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่อาจนำไปสู่คำตอบกับคำถามที่ว่าวัตถุในจักรวาลรวมถึงสิ่งมีชีิวิตทุกชีวิตบนโลกเกิดขึ้นมาจากความว่างเปล่าของจักรวาลได้อย่างไร

 


ที่มาวารสารทางวิชาการ  Nature
ภาพจาก the creative commons
error: กด RightClick แทน