นักวิทยาศาสตร์พบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่มีลักษณะเหมือนโลก

ภาพวาดจากนาซ่า

นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบระบบสุริยะใหม่ที่เต็มไปด้วยดาวเคราะห์ที่ลักษณะเหมือนโลกจำนวนถึง 7 ดวง นาซ่าได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 22 กุมพาพันธ์พร้อมกับตีพิมพ์ผลการค้นพบในครั้งนี้ในวารสารทางวิชาการ the journal Nature

ระบบสุริยะใหม่ที่ค้นพบมีขนาดเล็กกว่าระบบสริยะจักรวาลของเราและมีระยะทางจากโลกเพียง 39 ปีแสง ถึงแม้จะเป็นระยะทางที่ไกลแสนไกลแต่ในทางดาราศาสตร์ถือว่าใกล้มาก ในระบบสุริยะจักรวาลแห่งนี้มีดาวเคราะห์ 7 ดวงและจำนวนสามดวงอยู่ในโซนที่มีอุณหภูมิเหมาะสมกับสิ่งมีชีวิตที่จะรุ่งโรจน์ได้ ดาวเคราะห์เหล่านี้โคจรอยู่รอบดาวฤกษ์ที่มีขนาดเล็กกว่าและเย็นกว่าดวงอาทิตย์ของโลกอยู่มาก ดาวฤกษ์นี้เป็นดาวแคระ (dwarf star)

นักวิทยาศาสตร์ให้ชื่อระบบสุริยะที่ค้นพบใหม่ว่าแทรพปีสท์ TRAPPIST-1 ซึ่งย่อมาจาก The Transiting Planets and Planetesimals Small Telescope ซึ่งเป็นชึ่อของหอดูดาวขนาดเล็กในประเทศชิลี ในปี 2016 นักวิทยาศาสตร์ใช้หอดูดาวแห่งนี้ค้นพบดาวเคราะห์สามดวงในระบบสุริยะจักรวาลใหม่นี้เป็นครั้งแรก หลังจากนั้นได้รับการยืนยันจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitzer Space Telescope) ซึ่งมีความสามารถมากกว่าและค้นพบดาวเคราะห์เพิ่มเติมเป็นจำนวนทั้งสิ้นเจ็ดดวงตามที่ประกาศข่าวในวันนี้

ภาพวาดจากนาซ่า

ข้อมูลที่ได้จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถวัดขนาดของดาวเคราะห์ทั้งเจ็ดดวงได้อย่างแม่นย่ำและใช้ข้อมูลในการประมาณมวลของดาวเคราะห์หกดวง จากมวลและความหนาแน่นของดาวเคราะห์ทั้งหกดวงที่พบจะมีลักษณะเป็นพื้นผิวหินเหมือนโลก การศึกษาจะยังคงต้องทำต่อไปและนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าจะสามารถบอกได้ว่าดาวเคราะห์เหล่านี้มีน้ำบนผิวของมันหรือไม่ ดาวเคราะห์ที่อยู่นอกสุดยังไม่ได้ศึกษามวลของมันแต่เชื่อว่าจะเป็นพื้นผิวน้ำแข็งซึ่งนักวิทยาศาสตร์ต้องใช้เวลาศึกษาเพิ่มเติม

ดาวฤกษ์ของระบบสุริยะ TRAPPIST จะแตกต่างจากดวงอาทิตย์ของเราที่จะเย็นกว่ามากซึ่งเย็นขนาดที่ทำให้ดาวเคราะห์ที่โคจรใกล้ ๆ มันสามารถมีน้ำบนพื้นผิวของดาวเคราะห์ได้ ดาวเคราะห์ทั้งเจ็ดดวงนี้โคจรใกล้กับดาวของมันมากกว่าดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาลของเราโคจรรอบดวงอาทิตย์ และดาวเคราะห์แต่ละดวงจะโคจรใกล้ๆ กันมากซึ่งใกล้กว่าที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลกอยู่มาก นักวิทยาศาสตร์ยังพบอีกว่าดาวเคราะห์เหล่านี้อาจจะไม่ได้หมุนรอบตัวเองซึ่งหมายถึงว่าด้านหนึ่งของดาวเคราะห์จะเป็นกลางวันตลอดเวลาในขณะที่อีกด้านหนึ่งเป็นกลางคืน และเป็นเหตุผลทำให้สภาวะอากาศจะไม่เหมือนสภาวะอากาศบนโลก

ภาพจินตนาการจากนาซ่าแสดงให้เห็นว่าถ้าเราอยู่บนดาวเคราะห์ Trappist-1e เราจะเห็นดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ

กล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitzer Space Telescope) เป็นกล้องโทรทรรศน์อินฟราเรดที่โคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์ของเราตามแนววงโคจรของโลก การใช้อินฟราเรดทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถมองเห็นมากกว่าที่สายตาเราสามารถมองเห็นได้ หลังจากการศึกษาด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์นักวิทยาศาสตร์ยังใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) เพื่อทำการศึกษาชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์เหล่านี้เพิ่มเติม ในเดือนพฤษภาคมปี 2016 ทีมฮับเบิลสังเกตดาวเคราะห์ทั้งสองด้านและในสุดพบหลักฐานบรรยากาศที่สนับสนุนว่าดาวเคราะห์มีพื้นผิวเป็นหินเหมือนกับโลกเรา

ยังมีข้อมูลอีกมากที่นักวิทยาศาสตร์จะต้องทำการศึกษาต่อไปเพื่อตอบคำถามจำนวนมากที่พวกเขาได้ตั้งไว้ เราหวังว่าอีกไม่นานนักวิทยาศาสตร์จะเปิดเผยข้อมูลการศึกษาเพิ่มเติมของระบบสุริยะ TRAPPIST แห่งนี้ ด้วยระยะทาง 39 ปีแสงและเทคโนโลยีในปัจจุบันเราจะต้องใช้เวลาเป็นพัน ๆ ปีกว่าจะไปถึงซึ่งในทางปฏิบัติมันยังเป็นไปไม่ได้ จักรวาลกว้างใหญ่เกิดไปสำหรับมนุษย์ที่จะเดินทางข้ามระบบสุริยะซึ่งไม่ต้องพูดถึงข้ามกาแล็กซี่ แต่อย่างไรก็ตามการค้นพบนี้เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมากที่รู้ว่าดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะจักรวาลของเราอาจจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

 

 

 

อ่านเรื่องราวอื่นๆ เกี่ยวกับอวกาศ


 

ที่มา องค์การนาซ่า และวารสารทางวิชาการ the journal Nature

 

error: กด RightClick แทน