ทวีปดึกดำบรรพ์มีขนาดใหญ่กว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ 10%

 

นักธรณีวิทยาแคนาดาพบว่าทวีปดึกดำบรรพ์มีขนาดใหญ่กว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ 10% หลังจากทำการวิเคราะห์ตัวอย่างหินที่ขุดขึ้นมาได้ระหว่างการสำรวจค้นพหาเพชร

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบียประเทศแคนาดาได้ขุดพบตัวอย่างหินที่เป็นส่วนหนึ่งของทวีปดึกดำบรรพ์ขณะศึกษาตัวอย่างเพชรในหินคิมเบอร์ไลต์จากเกาะบาฟฟิน ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดา

ตัวอย่างหินคิมเบอร์ไลต์ที่ขุดพบได้เป็นชิ้นส่วนของเปลือกโลกยุคดึกดำบรรพ์ที่รู้จักกันในชื่อ ฐานธรณีแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Craton หรือย่อว่า NAC) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ประเทศสก็อตแลนด์ไปจนถึงทวีปอเมริกาเหนือปัจจุบัน ซึ่งแตกแยกออกจากกันเมื่อ 150 ล้านปีก่อน

ฐานธรณีคือฐานหินขนาดใหญ่และมั่นคงแล้วของเปลือกโลก ซึ่งจะพบในส่วนกลางของแผ่นเปลือกโลกซึ่งเป็นฐานของทวีป ฐานธรณีถูกก่อตัวขึ้นในช่วงเวลาของ บรมยุคอาร์คีโอโซอิค ตั้งแต่ 4,000 ถึง 2,500 ล้านปีก่อน จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Petrology นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ตัวอย่างหินที่พบหลังจากวิเคราะห์แล้วพบมีคุณลักษณะของแร่ที่พบเฉพาะในฐานธรณีฐานแอตแลนติกเหนือ

ฐานธรณีฐานแอตแลนติกเหนือประกอบด้วยหินยุคดึกดำบรรพ์ของโลกที่เก่าแก่ที่สุดสูงซึ่งเก่าแก่สุดถึง 3,900 ล้ายปีก่อน ฐานธรณีฐานแอตแลนติกเหนือเคยเป็นส่วนหนึ่งของมหาทวีปดึกดำบรรพ์ แพนเจีย ซึ่งได้เริ่มที่จะแตกแยกออกเป็นทวีปกอนด์วานาทางใต้และทวีปลอเรเชียทางเหนือเมื่อประมาณ 175 ล้านปีก่อน

การประมาณขนาดและที่ตั้งของแผ่นเปลือกโลกก่อนหน้านี้เป็นการวิเคราะห์อยู่บนพื้นฐานของตัวอย่างหินที่ขุดพบค่อนข้างตื้นซึ่งมีระยะลึกประมาณ 10 กิโลเมตร แต่การศึกษาใหม่ครั้งนี้ได้วิเคราะห์หินที่สกัดขึ้นมาจากความลึกถึง 200 กิโลเมตร และการค้นพบครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ฐานธรณีฐานแอตแลนติกเหนือมีขอบเขตทางภูมิศาสตร์ที่กว้างใหญ่กว่าที่เคยเข้าใจกันมาประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์

 

 

error: กด RightClick แทน