ผู้ป่วยรายที่สองของโลกได้รับการรักษาหายขาดจาก HIV

ผู้ป่วยที่มีนามแฝงว่า ”ผู้ป่วยลอนดอน” ได้รับการรักษาหายขาดจากโรคไวรัสเอชไอวีเป็นผู้ป่วยรายที่สองของโลกหลังจากผู้ป่วยคนแรกที่ได้รับการรักษาในลักษณะเดียวกันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ผลการรักษาได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร the journal Nature ในวันอังคารที่ 5 มีนาคม 2019

ผู้ป่วยลอนดอนได้หยุดการรักษามาเป็นเวลา 18 เดือนแล้วนับตั้งแต่เขาหยุดใช้ยาต้านไวรัสเอชไวี ผู้ป่วยลอนดอนเป็นผู้ป่วยคนที่สองหลังจาก “ผู้ป่วยเบอร์ลิน” ที่จริงๆได้รับการรักษาโรคมะเร็งแต่ผลข้างเคียงคือรักษาโรคเอชไอวีในเวลาเดียวกันด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้บริจาคที่มียีนการกลายพันธุ์ที่หายากที่รู้จักกันในชื่อ CCR5-delta 32 ซึ่งเป็นยีนที่รู้จักกันว่าเป็นยีนต้านไวรัสเอชไอวี

ยีน CCR5 ยีนที่ผลิตโปรตีน CCR5 ที่เคลือบอยู่บนผิวของทีเซลล์(T-cells)ซึ่งเป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกายและเชื้อไวรัสเอสไอวีใช้โปรตีน CCR5 เป็นช่องทางในการเข้าไปติดเชื้อภายในทีเซลล์  ยีนกลายพันธุ์ CCR5-delta 32 เป็นยีนที่ผลิตโปรตีนที่มีความแตกต่างจากโปรตีน CCR5 โดยทั่วไป โดยโปรตีน CCR5-delta 32 จะมีลักษณะของโมเลกุลที่ทำให้เชื้อไวรัสไม่สามารถเข้าไปติดเชื้อและเจริญเติยโตได้ มีประมาณ 1% ของผู้สืบเชื้อสายมาจากชาวยุโรปตอนเหนือจะยีนกลายพันธุ์ตัวนี้อยู่ที่ทำให้มีภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อเอชไอวี

ผู้ป่วยลอนดอนเป็นผู้ชายที่อาศัยอยู่ในประเทศสหราชอาณาจักรได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไวรัสเอชไอวีในปี 2003 และได้เริ่มต้นการรักษาด้วยยาต้านไวรัสในปี 2012 หลังจากนั้นเขาผู้นี้ได้เป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะลุกลามด้วย เมื่อเขาได้รับการทำเคมีบำบัดเขาก็ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดในไขกระดูกในปี 2016 ต่อจากนั้นยังคงรักษาด้วยยาต้านไวรัสไปเป็นอีก 16 เดือน ในวันนี้เป็นเวลา 18 เดือนแล้วที่เข้าไม่ได้รับยาต้านไวรัสและยังคงไม่สามารถตรวจพบเชื้อไวรัสเอชไอวีในร่างกายของเขาเลย

การที่ผู้ป่วยลอนดอนเป็นผู้ป่วยรายที่สองที่ได้รับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้ที่มียีนกายพันธุ์ CCR5-delta 32 ในไขกระดูกได้แสดงให้เห็นว่าการรักษาด้วยวิธีนี้อาจใช้รักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีให้หายขาดได้ ผู้ทำวิจัยกล่าวว่าวิธีการรักษานี้อาจไม่เหมาะสมกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีทุกคน อย่างไรก็ตามให้ความหวังค้นหากลยุทธ์การรักษาแบบใหม่รูปแบบวิธีการนี้ที่รวมถึงการรักษาด้วยการทำยีนบำบัด

ผู้ป่วยลอนดอนปัจจุบันไม่ได้รับการรักษาใดๆเลยมาเป็นเวลา 18 เดือนแล้ว ผู้ทำวิจัยกล่าวว่าเขาและทีมงานจะยังคงเฝ้าตรวจสอบสุขภาพของชายผู้นี้ต่อไปเนื่องจากอาจยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเขาได้หายขาดจากการเป็นโรคไวรัสเอชไอวี

 

 

error: กด RightClick แทน