เมืองอัจฉริยะกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว โดยเริ่มต้นที่เสาไฟฟ้าอัจฉริยะ

เมืองอัจฉริยะอาจจะเริ่มต้นที่เสาไฟฟ้าอัจฉริยะ บริษัทยักษ์ใหญ่ AT&T และบริษัท GE ได้ร่วมมือกันในการทำให้เมืองกลายเป็นเมืองอัจฉริยะ บริษัททั้งสองจะเริ่มต้นติดตั้งเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ตามเสาไฟฟ้าภายในเมือง การติดตั้งครั้งนีี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเมืองอัจฉริยะ

สองบริษัทได้ร่วมมือกันในการให้บริการเมืองอัจฉริยะโดยการการติดตั้งเซ็นเซอร์ CityIQ บนท้องถนนของเมืองหลายเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกา การติดตั้งจะเริ่มต้นที่เมืองซานดิเอโกที่มีเป้าหมายเพื่อที่จะทำให้เสาไฟเป็นเสาไฟฟ้าอัจฉริยะที่ไม่เพียงที่จะดูแลการจราจล ที่จอดรถในเมือง คุณภาพของอากาศ แต่จะรวมถึงความปลอดภัยของประชากรในเมืองด้วยเช่นสามารถตรวจจับเสียงปืนและแจ้งเตือนจุดเกิดเหตุ

ในโครงการเดียวกันนี้บริษัท GE จะเปลี่ยนหลอดไฟบนท้องถนนของเมืองซานดิเอโกเป็นหลอดไฟชนิดแอลอีดีทั้งหมดจำนวน 14,000 ดวงและติดตั้งสมาร์ตเซ็นเซอร์ CityIQ จำนวนทั้งสิ้น 3,200 แห่ง โดยที่สมาร์ตเซ็นเซอร์เหล่านี้จะติดต่อสื่อสารกันและกับศูนย์ผ่านทางระบบ 4G (หรือเรียกว่าระบ LTE) ของบริษัท AT&T

แต่จริง ๆ แล้วระบบนี้ยังไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นเมืองอัจฉริยะมากนัก แต่นี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกันทางอินเทอร์เน็ตหรือที่เรียกว่า IoT (the Internet of Things) และจากโครงการนี้ทำให้เรามองเห็นภาพว่าเมืองในอนาคตจะเป็นอย่างไรในเรื่องของการดูแลและรักษาความปลอดภัยในเมืองใดเมืองหนึ่ง

 

จินตนาการของเมืองในอนาคต

ในอนาคตเสาไฟฟ้าอัจฉริยะไม่เพียงแต่มีกล้องวงจรปิดและซ็นเซอร์ต่าง ๆ แต่กล้องและเซ็นเซอร์เหล่านั้นทำงานร่วมกับระบบเอไอ (AI) ที่มีความฉลาดในการรับรู้และตรวจจับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในจุดนั้นและในขณะนั้น และเมื่อตรวจจับได้ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นที่จุดนั้นระบบมันก็จะเตือนไปยังเจ้าหน้าที่เพื่อให้ไปบริเวณที่เกิดเหตุก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายหรือมีความเสียหายเกิดขึ้น

อย่าลืมว่าในเมืองหนึ่งอาจจะมีกล้องเป็นพัน ๆ หรือ หมื่น ๆ กล้องการใช้แรงงานคนมาดูกล้องทั้งหมดตลอดเวลาเพื่อป้องกันเหตุร้ายเป็นไปไม่ได้ การที่มีระบบที่ประกอบด้วยเซ็นเซอร์และกล้องอัจฉริยะในทุก ๆ จุดของเมืองจะทำให้เกิดการเฝ้าระวังตลอดเวลา และแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าได้อย่างรวดเร็วก่อนหรือเมื่อมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้นซึ่งจะเป็นผลดีกับประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้น

ระบบเอไอที่ใช้ภาพจากกล้องวงจรปิดเหล่านี้สามารถค้นหาบุคคลที่เป็นที่เป็นที่น่าสงสัยหรือบุคคลที่ทางเจ้าหน้าที่กำลังตามตัวอยู่ได้ ระบบเอไอจะสแกนหน้าคนทุกคนในจุดนั้นและเช็คเปรียบเทียบข้อมูลที่มีอยู่ในฐานข้อมูลของของผู้ร้ายที่ถูกขึ้นทะเบียนไว้ และถ้าพบก็จะแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ถึงตำแหน่งที่พบและหนทางที่ผู้ร้ายกำลังมุ่งหน้าไป

สิ่งเหล่านี้คงเป็นสิ่งเกิดขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน แต่จะช้าหรือเร็วจะขึ้นอยู่กับว่าประชากรจะยอมรับระบบเหล่านี้ได้หรือไม่ มีผู้คนจำนวนมากไม่ต้องบางส่วนของระบบเหล่านี้เพราะไปทำให้เกิดการไม่มีความเป็นส่วนตัวในสังคม อนาคตจะเป็นอย่างไรเราต้องมาคอยติดตามกันต่อไป การชั่งน้ำหนักระหว่างความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวจะเป็นตัวตัดสินว่าเทคโนโลยีต่าง ๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นในอานคตเร็วมากแค่ไหน

 

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติ่มอื่นเกี่ยวกับระบบเอไอ


 

 

error: กด RightClick แทน