การวิจัยพบว่าสารเคมีในครีมกันแดดซึมเข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณมาก

ตามการศึกษาของโครงการนำร่องดำเนินการโดยศูนย์ประเมินและวิจัยเวชภัณท์ซึ่งเป็นหน่วยงานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาหรือรู้จักกันว่า เอฟดีเอ พบว่าส่วนผสมสารเคมีที่มีอยู่ในครีมกันแดดทั่วไปจะซึมเข้าสู่กระแสเลือดในระดับที่สูงพอที่จะทำให้ทางเอฟดีเอต้องรีบเร่งสืบสวน

การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ได้ถูกที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวันจันทร์ที่ผ่านมาในวารสารทางการแพทย์ JAMA ผลการศึกษาพบด้วยว่าความเข้มข้นของสารจากครีมกันแดดในกระแสเลือดจะเพิ่มขึ้นหากใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน และจะตกค้างอยู่ในร่างกายเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังจากการใช้ครีมกันแดด

จากข้อมูลการศึกษากล่าวว่ามี สารเคมี 4 ชนิดคือ อโวเบนโซน (avobenzone) อ็อกซิเบนโซน (oxybenzone) อีคัมซูล (ecamsule) และอ็อกโตคริลีน (octocrylene) ซึ่งสารเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของรายชื่อสารเคมีที่ทางเอฟดีเอยังไม่รู้ว่าปลอดภัยหรือไม่ ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาฯ

การศึกษาวิจัยครั้งนี้ทางเอฟดีเอมีอาสาสมัครที่มีสุขภาพดีจำนวน 24 คนซึ่งแต่ละคนจะได้รับการสุ่มในการใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของ อโวเบนโซน (avobenzone) อ็อกซิเบนโซน (oxybenzone) อ็อกโตคริลีน (octocrylene) หรือ อีคัมซูล(ecamsule) อาสาสมัครจะทาครีมกันแดด 75% บนผิวหนังทั่วร่างกาย 4 ครั้งต่อวัน และอาสาสมัครจะได้รับการตรวจเลือดเป็นเวลา 7 วัน

ในอาสาสมัครหกคนที่ใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของอีคัมซูลมีอาสาสมัคร 5 คนนั้นตรวจพบว่ามีระดับของสารอีคัมซูลในเลือดสูงอย่างมีนัยสำคัญหลังจากสิ้นสุดการใช้ในวันแรก สำหรับสารเคมีอีกสามชนิดที่เหลือโดยเฉพาะอ็อกซิเบนโซนจะมีอยู่ในกระแสเลือดของอาสาสมัครทุกคนในจำนวนมากเช่นกันหลังจากการใช้เพียงวันแรก

การศึกษาวิจัยนี้อย่างไรก็ตามไม่ได้เป็นการศึกษาวิจัยผลข้างเคียงหรือผลกระทบของสารเคมีเหล่านี้ แต่การศึกษาในอดีตได้มีข้อมูลบงชี้บางอย่างเช่น ในปี 2008 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกาหรือซีดีซีได้ทำการวิเคราะห์ตัวอย่างปัสสาวะที่รวบรวมโดยการศึกษาของรัฐบาลและพบอ็อกซิเบนโซนใน 97% ของตัวอย่าง

ตั้งแต่นั้นมาการศึกษาที่ตามมาได้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างอ็อกซิเบนโซนในกระแสเลือดและระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน(ฮอร์โมนการเปลี่ยนแปลงในเพศชาย)ต่ำกว่าปกติในวัยรุ่นชาย และการตั้งครรภ์สั้นลงกว่าปกติ  นอกจากนั้นการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์พบว่ามีอ็อกซิเบนโซนหรือสารเคมีอื่นจากครีมกันแดดอื่น ๆ อยู่ใน 85% ของตัวอย่างของน้ำนม ซึ่งนั้นทำให้เป็นที่กังวลว่าเด็กทารกจะได้รับสารเคมีดังกล่าวจากการดื่มนมแม่

ในสหภาพยุโรปได้กำหนดให้ใช้สารกันแดดชนิดใหม่แทนการใช้สารอ็อกซิเบนโซนในผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด แต่ผลิตภัณฑ์ใหม่เหล่านั้นยังไม่ได้ผ่านการทดสอบความปลอดภัยที่จำเป็นก่อนการอนุมัติของเอฟดีเอ ดังนั้นอ็อกซิเบนโซนยังคงใช้กันอยู่มากในประเทศสหรัฐอเมริกาและในหลายประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเป็นเรื่องปกติที่ผิวหนังของเราดูกซึมสารต่างๆที่ทาอยู่บนผิวของเรา สิ่งที่ผู้ผลิตจะต้องทำคือการตรวจสอบว่าสารเหล่านี้จะมีผลกับร่างกายหรือไม่และมากน้อยอย่างไร ผู้เชี่ยวชาญยังกล่าวอีกว่าการใช้ครีมกันแดดมีความสำคัญมากเช่นกันเพื่อปกป้องผิวหนังจากรังสีที่ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังจึงไม่ควรหลีกเลี่ยง

 

 

error: กด RightClick แทน