พบกลไกที่ทำให้ร่างกายผลิตโปรตีนชนิดที่สามารถกำจัดเชื้อไวรัส HIV

นักวิทยาศาสตร์จาก  University of Colorado School of Medicine ได้ค้นพบว่ากระบวนการของร่างกายที่ป้องกันร่างกายจากโรคแพ้ภูมิตัวเองเป็นสามารถทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไม่สามารถผลิตแอนติบอดีที่ร่างกายต้องการในการกำจัดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV)

การศึกษาและวิจัยเพื่อให้เข้าใจระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอย่างถ่องแท้เป็นสิ่งจำเป็นในการต่อสู่กับโรคไวรัสที่มีความฉลาดในการหลบซ่อนตัวภายร่างกายของเรา การค้นพบครั้งนี้เป็นอีกก้าวหนึ่งที่สำคัญที่อาจจะนำไปสู่ในการรักษาโรคไวรัสเอชไอวีให้หายขาดได้ในอนาคต รายงานผลของการศึกษาวิจัยได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร The Journal of Experimental Medicine ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2017

นักวิทยาศาสตร์รู้ว่าผู้ป่วยบางคนที่ได้รับเชื้อไวรัสเอชไอวีจะผลิตแอนติบอดีที่เรียกว่า bnAbs ซึ่งมีความสามารถในการกำจัดแอนติเจนหลายชนิดครอบคลุมในวงกว้างที่รวมถึงเชื้อไวรัสเอชไอวีหลายสายพัันธุ์ด้วย เราอาจจะเรียกแอนติบอดี bnAbs ว่าเป็นแอนติบอดีชนิดครอบจักวาล แต่ปัญหาก็คือร่างกายของผู้ป่วยเหล่าจะผลิตแอนติบอดีชนิดนี้เมื่อติดเชื้อมานานแล้วซึ่งก็คือสายเกินไปแล้วนั้นเอง

จากการศึกษาเชื่อว่าร่างกายไม่ผลิตแอนติบอดี bnAbs ก็เพื่อป้องไม่ให้เกิดภาวะโรคแพ้ภูมิตัวเองที่ซึ่งแอนติบอดีทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อที่ดีของร่างกายเอง นอกจากนั้นนักวิทยาศาสตร์ยังพบว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคลูปัสมีอัตราการติดเชื้อโรคไวรัสเอชไอวีน้อยกว่ามาก ซึ่งอธิบายได้ว่าในผู้ป่วยที่เป็นโรคลูปัสจะผลิตแอนติบอดีชนิดครอบจักวาล bnAbs ดังกล่าวทำให้เกิดภาวะแพ้ภูมิตัวเองที่ร่างกายทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อที่ดีของร่างกายเองแต่ก็ทำลายเชื้อไวรัสเอสไอวีอีกด้วยจึงทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มีอัตราการติดเชื้อน้อยมาก

กระบวนการที่ร่างกายปกป้องตัวเองไม่ให้เกิดภาวะโรคแพ้ภูมิตัวเองเรียกว่ากลไกของความทนทางภูมิคุ้มกัน เพื่อให้รู้แน่ชัดว่ากลไกของความทนทางภูมิคุ้มกันเป็นตัวที่ทำให้ร่างกายไม่ผลิตแอนติบอดี bnAbs ที่สามารถกำจัดเชื้อไวรัสเอชไอวีได้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองกับหนู หนูที่ใช้ในการทดลองเป็นหนูที่มีพันธุกรรมผิดปกติที่ทำให้เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองเหมือนกับโรคลูปัส และเมื่อนักวิทยาศาสตร์ฉีดสารเคมีที่กระตุ้นการหลั่งแอนติบอดีพบว่าหนูหลายตัวจะผลิตแอนติบอดี bnAbs ออกมาที่สามารถกำจัดเชื้อโรคเอชไอวีได้

หลังจากนั้นทีมงานได้ทดลองกับหนูปกติที่ไม่ได้เป็นโรคลูปัส แต่จะฉีดหนูเหล่านี้ด้วยยาที่ทำให้กลไกของความทนทางภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง และพวกเขาพบว่าร่างกายของหนูเหล่านี้เริ่มที่จะผลิตแอนติบอดี bnAbs ออกมาเช่นกัน และจำนวนของแอนติบอดี bnAbs จะเพิ่มขึ้นเมื่อนักวิทยาศาสตร์ฉีดสารกระตุ้นการหลั่งแอนติบอดี หรือเมื่อนักวิทยาศาสตร์ฉีดโปรตีนของไวรัสเอชไอวีเข้าไปในหนู

เนื่องจากการทดลองในครั้งนี้เป็นการศึกษาในหนู ขั้นตอนต่อไปนักวิทยาศาสตร์จะต้องศึกษาต่อไปว่าการทำให้กลไกของความทนทางภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงชั่วคราวในมนุษย์จะมีผลอย่างไร เพราะนั้นก็หมายถึงว่าจะทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะโรคแพ้ภูมิตัวเองได้ เชื้อไวรัสเอชไอวีเป็นเชื้อไวรัสที่สามารถหลบซ่อนตัวเสมือนมันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย การศึกษานี้ถึงแม้ว่าจะเป็นการศึกษาในระยะแรก ๆ แต่แสดงให้เห็นว่านักวิทยาศาสตร์เริ่มที่จะเข้าใจระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมากขึ้นเช่นเดียวกับการเข้าใจเชื้อไวรัสมากขึ้น ในอนาคตพวกเขาคงจะใช้ความเข้าใจในในการพัฒนาผลิตวัคซีนหรือยาที่รักษาเชื้อไวรัสให้หายขาดได้ในอนาคต

 


 

ที่มาวารสาร The Journal of Experimental Medicine

 

error: กด RightClick แทน