มหาสมุทรร้อนขึ้นเร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้

จากการศึกษาวิจัยใหม่ได้เปิดเผยให้เห็นว่ามหาสมุทรของโลกกำลังร้อนขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้ และภัยพิบัติต่างๆอาจเลวร้ายลงกว่าเดิมหากมนุษย์เราไม่เริ่มความพยายามอย่างจริงจังที่จะหยุดยั้งการกระทำที่ส่งผลต่อการผันแปรภูมิอากาศ

ข้อมูลเผยแพร์ในวารสารทางวิชาการ the journal Science ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นว่ามหาสมุทรมีการเปลี่ยนแปลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1950 และร้อนขึ้นมากตั้งแต่ทศวรรษ 1960 โดยที่มหาสมุทรกำลังร้อนขึ้น 40% เร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์ได้คำนวณไว้ในการประเมินผลกระทบการผันแปรภูมิอากาศของสหประชาชาติที่เผยแพร์ในปี 2014

นักวิจัยได้ใช้ข้อมูลอุณหภูมิบันทึกตั้งแต่ในอดีตและร่วมกับข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากระบบเฝ้าระวังมหาสมุทรที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงของโครงการอาร์โก (Argo) ซึ่งเป็นโครงการระหว่างประเทศที่ประกอบด้วยเครือข่ายเซ็นเซอร์อัตโนมัติจำนวนมากกว่า 3,000 ตัวที่ทำการวัดอุณหภูมิและความเค็มของน้ำทะเลอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

การที่อุณหภูมิของมหาสมุทรเพิ่มขึ้นอาจดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องมากนักกับอุณหภูมิบนพื้นผิวโลกที่เราอาศัยอยู่ แต่จริงๆแล้วจะมีผลกระทบที่ร้ายแรงโดยตรงกับสภาพอากาศทั่วโลกทั้งบนบกและในทะเล อุณหภูมิของมหาสมุทรที่ร้อนขึ้นจะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นทำให้เกิดปัญหาเช่นน้ำท่วมบริเวณชายฝั่ง และยังสามารถส่งผลกระทบกับกระแสลมกรดทำให้สภาพอากาศในฤดูหนาวมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนั้นและที่สำคัญอุณหภูมิของมหาสมุทรที่ร้อนขึ้นจะทำให้มีปริมาณน้ำฝนเพิ่มมากขึ้น และก่อให้เกิดพายุที่รุนแรงและยาวนานเพิ่มมากขึ้น นักวิทยาศาสตร์คำนวณไว้ว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นในทุกๆ 1 องศาเซลเซียสจะทำให้เกิดมีความชื่นในอากาศเพิ่มขึ้น 7% วาตภัยและอุทกภัยจะเกิดขึ้นโดยที่คาดการณ์ไม่ได้และรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก

รายงานขององค์การสหประชาชาติแสดงไว้ว่าอุณหภูมิของโลกจะไปถึงจุดวิกฤติที่สำคัญคือ 1.5 องศาเซลเซียสสูงกว่าระดับอุณหภูมก่อนยุคอุตสาหกรรมภายในปี 2030 ซึ่งจะทำให้มีความเสี่ยงจากภัยแล้ง ภัยจากไฟป่า น้ำท่วม และปัญหาการขาดแคลนอาหารสำหรับมนุษย์ที่รุนแรง

 

 

error: กด RightClick แทน