วัคซีนเทคโนโลยีใหม่อาจช่วยป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาได้ในอนาคต

นักวิจัยของมหาวิทยาลัยพิตส์เบิร์กได้รายงานผลงานวิจัยว่า ทีมงานของพวกเขาได้คิดค้นวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ที่ก่อโรคโควิด 19 ด้วยเทคโนโลยีการให้วัคซีนแบบใหม่ ทีมของนักวิทยาศาสตร์ได้คิดค้นขึ้นจากแม่แบบของการให้วัคซีนสำหรับโรคติดเชื้อทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือ โรคมาร์ส ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากไวรัสโคโลนาคนละสายพันธุ์ในระบาดในตะวันออกกลางปี 2012

ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร EBioMedicine นักวิจัยได้อธิบายถึง การออกแบบวัคซีนและการทดลองวัคซีนในหนูเพื่อกระตุ้นการผลิตแอนติบอดีเฉพาะสำหรับตอบสนองไวรัสโคโรนาซาร์ส 2 (Sars-CoV-2 ) ซึ่งเป็นไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ที่ก่อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือที่รู้จักกันในชื่อ โรคโควิด 19

วัคซีนดังกล่าวได้รับการออกแบบมาเป็นเข็มขนาดจิ๋วจำนวน 400 เข็ม ซึ่งเข็มขนาดจิ๋มเหล่านี้คือ วัคซีน ที่ทำจากโปรตีนเฉพาะและน้ำตาล ซึ่งเมื่อปักเขาผิวหนังแล้วก็จะค่อย ๆ ละลายเข้าสู่กระแสเลือด และจะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี

วัคซีนของมหาวิทยาลัยพิตส์เบิร์กออกแบบมามีเป้าหมายไปที่โปรตีนของไวรัสโคโรนาที่มีลักษณะเป็นเข็มแหลม ๆ อยู่บนพื้นผิวของไวรัส เข็มแหลม ๆ เหล่านี้คือโปรตีนไวรัสใช้เป็นสารผูกมัดกับโปรตีนบนผิวของเซลล์ในร่างกายของผู้คนที่ติดเชื้อ

เมื่อผูกมัดกันแล้วไวรัสจะเข้าไปสู่เซลล์นั้น และกำจัดสารพันธุกรรมภายในเซลล์นั้นและทดแทนด้วยสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสแทน ดังนั้นเซลล์ที่ติดเชื้อจะผลิตเชื้อไวรัสทำให้จำนวนไวรัสขยายเพิ่มขึ้นจำนวนมากภายในร่างกายของผู้ที่ติดเชื้อ

จากการทดลองในหนูนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า หนูได้ผลิตแอนติบอดีตอบสนองต่อเชื้อไวรัสโคโรนาซาร์ส 2 เป็นจำนวนมากอย่างมีในสำคัญภายใน  2 สัปดาห์  ไวรัสโคโรนาซาร์ส 2 (Sars-CoV-2) คือเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ก่อให้เกิดโรคโควิดที่กำลังระบาดใหญ่ทั่วโลก

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า วัคซีนออกแบบมาเป็นเข็มจะมีความเข้มข้นสูงกว่าวัคซีนโดยทั่วไป ดังนั้นสามารถลดขนาดและจำนวนของการฉีดวัคซีนได้ อย่างไรก็ตามวัคซีนชนิดนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการทดลองในสัตว์ ฤกธิ์ของวัคซีนในมนุษย์ยังคงต้องรอผลการทดลองขั้นต่อไป

ตามขั้นตอนของการอนุมัติวัคซีนในมนุษย์นั้นจะต้องผ่านการทดลองทางคลินิกมนุษย์เป็นระยะ ๆ และนั่นก็หมายถึงว่า ต้องใช้เวลาเป็นปีหรือเร็วที่สุดก็เกือบปีก่อนที่จะสามารถบอกได้ว่าวัคซีนนั้นมีฤกธิ์ในการป้องกันเชื้อไวรัสหรือไม่และมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายหรือไม่

 

 

error: กด RightClick แทน