สหรัฐฯให้เวลาตุรกีถึงต้นเดือนหน้าเพื่อยกเลิกซื้อระบบขีปนาวุธ S-400

จากข้อมูลเปิดเผยผ่านทางซีเอ็นบีซี สหรัฐฯให้เวลาประเทศตุรกีไม่ถึงสองปัสปดาห์ที่จะยกเลิกการจัดซื้อระบบขีปนาวุธป้องกันอากาศยาน S-400 จากประเทศรัฐเซียไม่งันก็จะเผชิญกับการคว่ำบาต

สหรัฐฯให้เวลาตุรกีจนถึงสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายนที่จะต้องยกเลิกข้อตกลงการซื้อระบบขีปนาวุธมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์กับรัสเซีย และหันมาซื้อระบบขีปนาวุธแพทริออตของสหรัฐอเมริกาแทน ไม่เช่นนั้นตุรกีจะถูกถอดถอนจากโครงการเครื่องบินรบเทคโนโลยีล่องหน F-35 จากบริษัทล็อกฮีดมาร์ตินที่ทางประเทศตุรกีคาดการณ์ไว้ว่าจะซื้อกว่า 100 ลำ

ในปี 2017 ประเทศตุรกีได้ยืนกรานทำข้อตกลงกับรัฐเซียในการจัดซื้อระบบขีปนาวุธป้องการอากาศยาน S-400 มูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ถึงแม้ว่าจะได้รับคำเตือนจากสหรัฐอเมริกาว่าการจัดซื้อระบบดังกล่าวนั้นประเทศจะได้รับผลกระทบทั้งทางการเมืองและทางเศรษฐกิจ

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯได้เสนอขายระบบขีปนาวุธแพทริออตให้กับตุรกีในปี 2013 และ 2017   แต่ทางตุรกีปฏิเสธข้อเสนอทั้งสองครั้ง โดยอ้างว่า เนื่องจากสหรัฐอเมริกาปฏิเสธที่จะถ่ายโอนเทคโนโลยีขีปนาวุธชั้นสูงให้กับประเทศตุรกี

ขีปนาวุธแพทริออต ภาพโดย Cpl. Aaron Henson

ตุรกีเป็นหุ้นส่วนทางการเงินและการผลิตเครื่องบินเจ็ต F-35 ของบริษัทล็อกฮีดมาร์ติน ซึ่งเป็นเครื่องบินรบที่ทันสมัยที่สุดในโลก หากการคว่ำบาตเกิดขึ้น บริษัทล็อกฮีดมาร์ตินจะต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดหาส่วนประกอบของเครื่องรบบินเจ็ต F-35 พร้อมกับเปลี่ยนแปลงตารางการผลิต

ระบบขีปนาวุธ S-400 เป็นระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน หากประเทศตุรกีมีระบบขีปนาวุธ S-400 และเครื่องบินรบเจ็ต F-35 ใช้ประจำการในกองทัพแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการยิงเครื่องบิน F-35 ของตัวเองระบบขีปนาวุธ S-400 จะต้องยังรู้และสามารถตรวจจับเครื่องบิน F-35 ของตัวเองได้

การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง  S-400 และ F-35 นี้เองที่สหรัฐอเมริกากลัวว่าข้อมูลเทคโยโนโลยีล่องหนของเครื่องบิน F-35 จะรั่วไหลให้กับประเทศรัฐเซีย ซึ่งนั้นก็หมายความว่าเทคโนโลยีล่องหนของเครื่องบิน F-35 ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป

 

 

error: กด RightClick แทน