อังกฤษกำลังจะประกาศใช้ภาษีน้ำตาลเพื่อลดความอ้วนของประชากร

drinks1

รัฐบาลสหราชอาณาจักรอังกฤษได้เปิดเผยกฏหมายร่างเพื่อเก็บภาษีเครื่องดื่มรสหวานซึ่งมีแผนการประกาศใช้เป็นกฏหมายในเดือน เมษายน 2018

กฏหมายร่างเพื่อเก็บภาษีเครื่องดื่มรสหวานจะแบ่งเป็นสองกลุ่มคือ เครื่องดื่มรสหวานที่มีน้ำตาลมากกว่า 5 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร และมากว่าซึ่งมากว่า 8 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร (โค้กหนึ่งกระป๋องขนาด 330มิลลิลิตรมีน้ำตาล 35 กรัม) กฏหมายร่างได้ออกมาหลังจากที่องค์การอนามัยโลกได้พยายามผลักดันให้ทุกประเทศออกกฏหมายภาษีน้ำตาลเพื่อลดปัญหาจำนวนของประชากรโลกมีน้ำหนักมากที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยเฉพาะโรคอ้วนและโรคเบาหวานในเด็กที่กำลังมีสูงขึ้นในทุกประเทศ จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าการบริโภคน้ำตาลโดยเฉพาะเครื่องดื่มรสหวานมีมากขึ้น

ในปีที่ผ่านมาบริษัทผลิตได้เริ่มที่ลดปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มต่าง ๆ แล้ว ในกฎหมายร่างของประเทศอังกฤษจะไม่รวมถึงเครื่องดื่มน้ำผลไม้แท้ แต่ผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพกล่าวว่า เราไม่ควรดื่มน้ำผลไม้ถึงแม้มีรสชาติหวานตามธรรมชาติเกินกว่า 150 มิลลิลิตรต่อวัน (หรือ ไม่เกินหนึ่งแก้วต่อวัน) โยเกิร์ตนมหวานจะรวมอยู่ในกฏหมายภาษีน้ำตาลของประเทศอังกฤษด้วย

จากการเพิ่มภาษีน้ำตาลในเครื่องดื่มในประเทศอังกฤษจะทำให้เครื่องดื่มประเภทนี้มีราคาเพิ่มขึ้น 18 ถึง 24 เพนนี (หรือประมาณ 8 – 10 บาท) ต่อลิตร ทางรัฐบาลคาดหวังว่าจะได้เงินจากการเก็บภาษีน้ำตาลประมาณ 520 ล้านปอนด์ (หรือ ประมาณ 23,000 ล้านบาท)

ศูนย์วิจัยโรคมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักรได้ประมาณว่าเก็บภาษี 20% สำหรับเครื่องดื่มรสหวานสามารถลดการเป็นโรคอ้วนได้ถึง 3.7 ล้านคนโดยที่บริษัทที่ผลิตเครื่องดื่มชนิดนี้ไม่ยอมรับในผลการประมาณของศูนย์วิจัย แต่รายงานขององค์การอนามัยโลกเห็นพ้องต้องกันที่ว่า ภาษี 20% จะทำให้การขายเครื่องดื่มรสหวานลดลงซึ่งหมายถึงประชากรดื่มเครื่องดื่มรสหวานน้อยลง และเมื่อประชากรบริโภคน้ำตาลลดลงจำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวานก็จะลดลงโดยเฉพาะในเด็กที่ทางองค์การทางสาธารณสุขต่าง ๆ เป็นห่วง

 


 

ที่มา บีบีซี และ รายงานขององค์การอนามัยโลก

 

error: กด RightClick แทน