ทรัมป์ออกมาชี้นำว่าอาจใช้หัวเว่ยเป็นเครื่องมือต่อรองการค้ากับจีน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯโดนัลด์ ทรัมป์ได้ออกมาชี้นำความเป็นไปได้ที่จะใช้บริษัทหัวเว่ยเป็นเครื่องมือต่อรองส่วนหนึ่งในการเจรจาทางการค้ากับประเทศจีนที่ปัจจุบันดูเหมือนไม่มีทางออก ถึงแม้ว่าตัวเองจะกล่าวว่าบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีนนั้น “อันตรายมาก” ก็ตาม

รัฐบาลสหรัฐเพิ่มบริษัทหัวเว่ยยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของจีนใน “บัญชีดำ” เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และนอกจากนั้นบริษัทยังกำลังเผชิญหน้ากับข้อกล่าวหาหลายกระทงจากกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯในข้อกล่าวหา การจารกรรมทางเศรษฐกิจ และ การละเมิดการคว่ำบาตอิหร่านของสหรัฐฯ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาทรัมป์ได้บอกผู้สื่อข่าวว่า “หัวเว่ยเป็นอะไรที่อันตรายมาก”  แต่ก็ได้พูดเสริมว่า “เป็นไปได้ที่หัวเว่ยจะถูกรวมอยู่ในข้อตกลงทางการค้าในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง” “หากเราตกลงกันได้ หัวเว่ยจะถูกรวมอยู่ในบางส่วนของข้อตกลงทางการค้า“

คำแถลงของทรัมป์ทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า สหรัฐฯมีเจตนาใช้บริษัทหัวเว่ยเป็นเครื่องมือในการต่อรองการเจรจาการค้ากับประเทศจีน ตลอดเวลาที่ผ่านมาสหรัฐฯกล่าวหาว่าหัวเว่ยเป็นบริษัทที่เป็นอัตรายต่อความมั่นคงของชาติ แล้วก็ยังกดดันให้ประเทศพันธมิตรระงับการใช้อุปกรณ์สื่อสารโทรคมในการสร้างเครือข่ายระบบ 5G จากบริษัทหัวเว่ย  แต่หากหัวเว่ยเป็นอัตรายต่อความมั่นคงของชาติแล้ว หัวเว่ยก็ไม่ควรนำมาเป็นเครื่องต่อรองทางการค้า

หัวเว่ยได้ออกมาปฏิเสธต่อข้อกล่าวหาของสหรัฐฯหลายต่อหลายครั้งว่า ผลิตภัณฑ์ของบริษัทไม่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยระบุว่ารัฐบาลจีนไม่เคยร้องขอการเข้าถึงอุปกรณ์ของบริษัทเลย และหากร้องขอบริษัทจะปฏิเสธที่จะปฏิบัติตาม

ในเดือนมกราคมกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯได้ยื่นฟ้องบริษัทหัวเว่ยโดยกล่าวหาว่า บริษัทละเมิดการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐฯและการขโมยทรัพย์สินทางปัญญา

การที่ทรัมป์ออกมาชี้นำความเป็นไปได้ที่จะใช้บริษัทหัวเว่ยเป็นเครื่องมือต่อรองการเจรจาทางการค้ากับประเทศจีนนั้นทำให้จุดยืนและมุมมองของประเทศจีนที่ว่า สหรัฐอเมริกาใช้อำนาจกดขี่บริษัทของจีน ฟังดูเข้มแข็งขึ้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนเคยออกมากล่าวว่า สหรัฐฯได้ใช้อิทธิพลที่มีอยู่มากในการกดขี่บริษัทของประเทศจีนอย่างไม่เป็นธรรม

 

 

error: กด RightClick แทน