ยารักษามะเร็งมีฤทธิ์เป็นยาต่อต้านความชรา

การทดลองทางคลินิกตีพิมพ์วันที่ 11 กรกฎาคม 2018 ในวารสาร Science Translational Medicine ได้แสดงให้เห็นว่ายารักษาโรคมะเร็ง 2 ชนิดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งช่วยป้องกันผู้สูงอายุจากการติดเชื้อร้ายแรงรวมถึงโรคไข้หวัดใหญ่และไม่มีผลข้างเคียงใดๆเลย

ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเป็นกลไกที่สำคัญของร่างกายที่ทำหน้าที่ป้องกันและกำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างการ เมื่อเรามีอายุสูงขึ้นระบบคุ้มกันของร่างกายอาจอ่อนแอไปตามอายุไขซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชราภาพที่ทำให้ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคร้ายแรงได้ง่ายกว่า

นักวิทยาศาสตร์จากบริษัทวิจัยและผลิตยาโนวาร์ติสได้ดำเนินการการทดลองทางคลินิกในครั้งนี้ ซึ่งได้กระทำการทดลองกับอาสารมัคสุขภาพดีอายุ 65 ปีขึ้นไปจำนวนมากกว่า 250 การทดลองมีระยะเวลาการทดลอง 3 ปีเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2013 จนเสร็จสินในปี 2015

อาสารมัคถูกแบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มที่ได้รับยาจริงและกลุ่มที่ได้รับยาหลอก กลุ่มที่ได้รับยาจริงก็จะแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยที่ได้รับยาและขนาดที่แตกต่างกัน โดยหนึ่งในกลุ่มนั้นจะได้รับยาโรคมะเร็งทั้งสองชนิดรวมกันคือ dactolisib และ everolimus

อาสารมัคได้รับยาจริงและยาหลอกทุกวันเป็นเวลาหกสัปดาห์ และหลังจากนั้นสองสัปดาห์แล้วได้รับวัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปี นักวิทยาศาสตร์ได้เฝ้าตรวจสอบเลือดและสุขภาพต่างๆของอาสารมัคทุกคน

เมื่อสิ้นสุดปี 2014 พบว่ากลุ่มอาสารมัคที่ได้รับยาจริงสองกลุ่มมีการติดเชื้อน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอก และโดยเฉพาะกลุ่มอาสารมัคที่ได้รับยาจริงสองชนิดรวมกันจะมีผู้ติดเชื้อน้อยที่สุด ซึ่งจากการตรวจเลือดของผู้ป่วยกลุ่มนี้พบว่าระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีการตอบสนองต่อวัคซีนโรคไข้หวัดดีกว่ากลุ่มอื่นๆ

ยาที่ใช้ในการทดลองเป็นรักษาโรคมะเร็งสองชนิดคือแดกโทลีซิบ(dactolisib) และอีเวโรลีมัส (everolimus) ซึ่งเป็นยาที่มีตัวยาไปยับยั้งการผลิตเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า mTOR ซึ่งคือเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่ช่วยเซลล์ในผลิตสารชนิดอื่นๆ เอนไซม์ mTOR มีอยู่ด้วยกันสองชนิดย่อยคือ TORC1 และ TORC2 และยาทั้งสองจะไปยับยั้งเพียงเอนไซม์ TORC1

การทดลองยับยั้งเอนไซม์ TORC1 ในหนูเคยทำมาก่อนหน้าการทดลองนี้​ ซึ่งพบว่าหนูที่ถูกยับยั้งการผลิตเอนไซม์ TORC1 จะทำให้มีอายุยืนยาวขึ้นกว่าหนูปกติ และจากการทดลองนี้ดูเหมือนว่ายารักษามะเร็งสองชนิดนี้เมื่อได้รับในจำนวนที่น้อยจะมีคุณสมบัติเป็นยาต้านความชราภาพโดยการเสริมสร้างให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแกร่งขึ้น

นอกจากนั้นจากการทดลองนี้ยาทั้งสองไม่ได้แสดงผลข้างเคียงใดๆกับกลุ่มอาสารมัคที่ได้รับยาเลย และยังมีรายงานให้เห็นว่ายายังช่วยในลดความเสี่ยงของการมีน้ำตาลในเลือดสูงและคอเลสเตอรอลสูงอีกด้วย

อย่างไรก็ตามการทดลองทางคลินิกในครั้งนี้นักวิทยาศาสตร์เรียกว่ายังอยู่ในระยะที่ 2a ซึ่งเป็นระยะค้นหาปริมาณของยาที่เหมาะสมและยังเป็นการทดลองที่เล็กอยู่ โดยมีจำนวนผู้ร่วมการทดลองยังไม่มาก ขั้นตอนต่อไปจะเข้าสู่การทดลองทางคลินิกที่ใหญ่กว่าและอาจทดลองกับผู้สูงอายุที่มีอายุสูงมากกว่านี้ เพื่อที่จะพิสุทธิ์ว่ายาดังกล่าวจะมีฤทธิ์ต่อต้านความชราได้จริงหรือไม่

 


 

ที่มาวารสาร Science Translational Medicine

 

 

error: กด RightClick แทน