สหรัฐฯประกาศยุติสงครามการค้ากับจีนลงชั่วคราว

จากคำแถลงการของทำเนียบขาวในงานเลี้ยงอาหารค่ำของการประชุมสุดยอด G-20 ที่ประเทศอาร์เจนตินา ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนและประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ของสหรัฐฯจะยุติสงครามการค้าทวิภาคีลงชั่วคราว และเห็นพ้องต้องกันกับข้อตกลงที่จะระงับการเพิ่มขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเพิ่มเติมหลังจากวันที่ 1 มกราคมเนื่องจากการเจรจาระหว่างทั้งสองประเทศยังคงดำเนินต่อไป

ที่ผ่านมารัฐบาลทรัมป์ได้ขู่ว่าจะเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าตัวจากที่ได้กำหนดในสินค้านำเข้าจากจีนสินค้ามูลค่าประมาณ 250 พันล้านเหรียญสหรัฐฯไปแล้ว ในขณะที่รัฐบาลของสีจิ้นผิงเองได้ตอบโต้ด้วยภาษีนำเข้ามูลค่า 110 พันล้านเหรียญของสินค้าจากสหรัฐฯ ความขัดแย้งนี้ต่างได้ทำให้นักลงทุนและธุรกิจต่างหวาดผวาว่าสงครามทางการค้าระหว่างสองประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกจะนำทำลายเศรษฐกิจโลกลง

จากคำแถลงการประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตกลงว่าในวันที่ 1 มกราคม 2019 ภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมูลค่า 200 พันล้านเหรียญจะยังคงอยู่ในอัตรา 10 เปอร์เซ็นต์ต่อไปอีก 90 วัน และจะไม่เพิ่มขึ้นเป็น 25 เปอร์เซ็นต์ตามที่ได้เคยประกาศไว้ก่อนหน้า โดยในช่วงเวลาดังกล่าวเจ้าหน้าของทั้งสองประเทศจะดำเนินการเจรจาต่อรองแก้ไขข้อขัดแย้งต่อไปโดยเฉพาะในเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา และการเกษตร

ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันว่าจะพยายามมุ่งมั่นทำการเจรจาทางการค้าให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และถ้าการเจรจาเสร็จสิ้นลงและทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้อัตราภาษีนำเข้าก็จะถูกปรับขึ้นไปจาก 10 เปอร์เซ็นต์เป็น 25 เปอร์เซ็นต์

ทางทำเนียบขาวยังกล่าวอีกว่าประเทศจีนเห็นด้วยที่จะซื้อสิ้นค้าทางการเกษตร พลังงาน อุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในจำนวนมากจากประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อลดความไม่สมดุลทางการค้าระหว่างสองประเทศ

ตามคำแถลงการนั้นประธานาธิบดีสีจิ้นผิงยังมีแผนการที่จะกำหนดให้เฟนทาเนลให้ป็นสารควบคุมเนื่องจากวิกฤตการณ์การระเมิดใช้สารโอปิออยด์ในสหรัฐอเมริกาที่ยังคงเป็นปัญหาใหญ่และเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนั้นก็หมายความว่าผู้ขายจีนที่ขายสารเฟนทาเนลให้กับชาวอเมริกาจะได้รับบทลงโทษที่รุนแรงในประเทศจีน

 

 

error: กด RightClick แทน