วัคซีนและประวัติความเป็นมา

Vaccine2

วัคซีนเป็นประดิษฐกรรมของมนุษย์ที่มีประโยชน์มากที่สุดสิ่งหนึ่งที่มนุษย์ได้คิดค้นขึ้นมา ความเข้าใจของคนทั่วไปของวัคซีนนั้นก็คือวัคซีนเป็นยาที่ฉีดเข้าไปในร่างกายแล้วช่วยป้องกันโรคร้ายต่าง ๆ คำว่ายาอาจจะถูกต้องในความหมายถึงที่ว่าเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันจากโรค แต่จริง ๆ แล้ววัคซีนคือเชื้อโรคที่ไม่นำโรคหรือมีการนำโรคแต่ไม่รุนแรง

ประวัติของการนำเชื้อโรคมาเป็นยาป้องกันโรคเกิดขึ้นมาเป็นพัน ๆ ปีแล้วแต่พึ่งจะมาเข้าใจหลักการทางชีวะเมื่อไม่กี่ร้อยปีนี้เอง โดยผู้ที่เป็นบิดาของวัคซีนคือ Edward Anthony Jenner (ต่อไปนี้จะเรียกว่าเจนเนอร์) ผู้ซึ่งเป็นหมอทำงานในชนบทของประเทศอังกฤษ ผู้ป่วยของเขาส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่ทำงานในฟาร์มเลียงวัว ในปี 1788 การระบาดของโรคฝีดาษกระทบต่อเมืองกลอสเตอร์ (Gloucester) ซึ่งเป็นเมืองที่เจนเนอร์ทำงานเป็นหมออยู่ โรคฝีดาษในช่วงเวลานั้นเป็นโรคที่ร้ายแรงที่สุดทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

เจนเนอร์ได้สังเกตุเห็นว่าผู้ป่วยที่ทำงานในฟาร์มเลี้ยงวัวเป็นโรคฝีดาษในวัวซึ่งติดจากวัว (cowpox) ที่มีความรุนแรงน้อยกว่าฝีดาษจากคนอย่างมาก (วัวเป็นโรคฝีดาษด้วยและสามารถนำโรคสู่คนได้) และเขายังสังเกตุเห็นด้วยว่าผู้ป่วยที่ได้รับโรคผีดาษจากวัวจะไม่เป็นโรคฝีดาษเลย เขาได้สรุปว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคฝีดาษจากวัวจะมีภูมิคุมกันโรคฝีดาษ

vaccine_injection2

ในปี 1796 เจนเนอร์ได้ทำการทดลองกับผู้ป่วยคนหนึ่งชื่อ James Phipps ซึ่งเป็นเด็กผู้ชายอายุ 8 ปี  เจนเนอร์ผ่าแผลเล็ก ๆ ที่แขนของเด็กคนนั้นแล้วนำเอาหนองของฝีดาษในวัวจากคนที่เป็นมาใส่ในแผลของเจมส์  สองสามวันหลังจากนั้นเด็กคนนี้ได้เป็นไข้ต่ำ ๆ แล้วก็หายไปเอง เมื่อเด็กหายจากการเป็นไข้ เจนเนอร์ได้กระทำการทดลองอีกครั้งแต่คราวนี้ใช้ฝีดาษจริง ๆ และหลังจากการทดลองเด็กคนนี้ไม่ได้ติดโรคฝีดาษแต่อย่างใด  เจนเนอร์ได้พิสูตรสมมติฐานของเขาว่าถูกต้อง

เจนเนอร์ให้ชื่อขบวนการนี้ว่า vaccination (การให้วัคซีน) ซึ่งมาจากคำภาษาลาติน vacca (วัว) และ vaccinia (โรคฝีดาษในวัว)

การกระทำของเจนเนอร์อธิบายได้ว่าเมื่อร่างกายได้รับเชื้อฝีดาษในวัวซึ่งสามารถติดในคนแต่ไม่มีความรุนแรงมากทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายพร้อมที่จะต่อสู้และทำรายเชื้อโรคนั้นหรือเชื้อโรคที่ใกล้เคียงกันนั้น  เพราะปกติเมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายเราเชื้อโรคจะมีโอกาสที่จะขยายทวีคูณก่อนที่ระบบภูมิคุ้มกันจะเข้าทำลายล้างหมด แต่เมื่อจำนวนของเชื้อโรคมีจำนวนมากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายก็ไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคให้หมดไปได้โดยเร็วทำให้เราป่วย

แต่ถ้าภูมิคุ้มกันของร่างกายพร้อมอยู่แล้วเมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายมันก็จะถูกกำจัดก่อนที่จะเพิ่มขยายทวีคูณเป็นจำนวนมากเกินความสามารถของภูมิคุ้มกัน หลักการอันนี้เองที่ในปัจจุบันเป็นหลักการในการทำวัคซีนคือการนำเชื้อโรคที่มีเชื้อความรุนแรงของเชื้อโรคน้อยหรือเชื้อโรคที่ตายแล้วฉีดเข้าสู่ร่างกายเราเพื่อที่จะไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ผลิตออกมาเพื่อเตรียมพร้อมที่จะต่อสู่และกำจัดต่อเชื้อโรคนั้น ๆ เวลาเราได้รับวัคซีนบางคนจะเป็นไข้เพราะว่าภูมิคุ้มกันของร่างกายเริ่มทำงานหนักขึ้น ส่วนหนึ่งของขบวนการป้องกันและกำจัดเชื้อโรคของระบบภูมิคุ้มกันนั้นก็คือการเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายให้สูงขึ้นเพราะเชื้อโรคขยายทวีคูณดีที่สุดที่อุณหภูมิปกติของร่างกายนั้นก็คือ 37 องศาเซลเซียส

การทำวัคซีนในปัจจุบันมีการทำด้วยกันหลายวิธี แต่มีวิธีที่สำคัญ ๆ เช่น

ใช้จุลินทรีย์ของเชื้อโรคที่ตาย (Inactivated vaccine) วิธีนี้ก็ทำได้โดยการนำจุลินทรีย์ของเชื้อโรคมาฆ่าให้จุลินทรีย์ตายโดนการเผาหรือใช้สารเคมี 

ใช้จุลินทรีย์ของเชื้อโรคที่มีพิษน้อย (Attenuated vaccine) ในสภาพที่ควบคุมนักวิทยาศาสตร์สามารถผลิตจุลินทรีย์ของเชื้อโรคที่มีความรุนแรงน้อยกว่าที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติแต่ก็ยังสามารถทำให้ติดเชื้อได้แต่ไม่แข็งแกร่ง

เชื้อแบคทีเรียที่เป็นพิษ (Toxoid vaccines) โดยการนำเอาพิษออกจากเชื้อแบคทีเรียนี้ก็จะไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงาน

ส่วนย่อยของโปรตีน (Subunit) แทนที่จะใช้จุลินทรีย์ทั้งตัวนักวิทยาศาสตร์สามารถใช้บางส่วนของโปรตีนเพื่อไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้เช่นกัน

ยังมีวิธีอีกมากมายที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ในการทำวีคซีนโดยมีหลักการเดียวกันที่ว่าไปลอกให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานก่อนที่จะมีเชื้อโรคจริงเข้าสู่ร่างกายเพื่อที่จะลดปริมาณการเพิ่มทวีคูณของเชื้อโรคเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว การเพิ่มทวีคูณของเชื้อโรคนี้เองที่ทำให้เราติดเชื้อเพราะมันมากเกินที่ระบบภูมิคุ้มกันของจะต่อสู่ได้ ภูมิคุ้มกันของคนเราเป็นระบบที่น่าทึ้งมันเรียนรู้ในการต่อสู่และป้องกัน เราสั่งเกตุได้จากที่ว่าหลายโรคถ้าเป็นแล้วเราก็จะไม่เป็นอีกเลยเพราะภูมิคุ้มกันรู้และพร้อมที่จะกำจัดสิ่งเหล่านั้น วัคซีนก็คือเชื้อโรคปลอมที่ฉีดเข้าไปเพื่อส้อมและให้การเรียนรู้กับระบบภูมิคุ้มกันในการกำจัดเชื้อโรคก่อนที่จะมีเชื้อโรคจริง ๆ เข้าสู่ร่างกาย

 

error: กด RightClick แทน