วิตามินดีและโอเมก้า 3 ไม่ได้ช่วยป้องกันมะเร็งและโรคหัวใจอย่างที่เชื่อกัน

การศึกษาวิจัยถึงผลดีของการกินวิตามินดีและโอเมก้า 3 เสริมกับผู้ใหญ่ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมาไม่ได้แสดงให้เห็นว่าวิตามินดีจะช่วยในการป้องกันโรคมะเร็งและโอเมก้า 3 ไม่ได้ช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับหัวใจอย่างที่เชื่อกัน

ในปัจจุบันมีผู้คนจำนวนมากเชื่อว่าการกินวิตามินดีเสริมจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งและการกินโอเมก้า 3 จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและหลอดเลือดต่างๆ แต่ผลการวิจัยของนักวิจัยของสหรัฐอเมริกาที่ถูกนำเสนอในการประชุมทางวิทยาศาสตร์ในชิคาโกและตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ New England Journal of Medicine ไม่ได้แสดงว่าอาหารเสริมทั้งสองมีสรรคุณอย่างที่เชื่อกัน

การศึกษาผลดีของการกินวิตามินดีและโอเมก้า 3 ในครั้งนี้เป็นการศึกษากับประชากรของชาวอเมริกามากกว่า 25,000 คนที่มีเชื้อชาติที่แตกต่างกันไป ผู้เข้าร่วมการศึกษาเป็นผู้มีอายุมากว่า 50 ปีและไม่เคยมีประวัติของการเป็นโรคมะเร็งและโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจใดๆมาก่อน

ในกรณีของวิตามินดีผู้เข้าร่วมจะได้รับวิตามินดีขนาด 2,000 หน่วนสากลต่อวัน และจำนวน 1,617 คนในกลุ่มผู้เข้าร่วมได้เกิดเป็นโรคมะเร็ง ในจำนวนนั้นมี 793 คนได้รับวิตามินดีจริงและจำนวน 824 คนได้รับวิตามินหลอก นอกจากนั้นมีผู้เข้าร่วมจำนวน 905 คนได้เกิดมีอาการเกี่ยวกับโรคหัวใจหลอดเลือด จากจำนวนนั้นมี 396 ได้รับวิตามินดีและจำนวน 409 ได้รับวิตามินดีหลอก

จากผลของการวิเคราะห์ทำให้นักวิจัยสรุปและเชื่อได้ว่าวิตามินดีเสริมไม่ได้มีสรรพคุณในการช่วยป้องกันโรคมะเร็งและโรคเกี่ยวกับหัวใจหลอดเลือดซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากตัวเลขที่ใกล้เคียงกันมากระหว่างผู้ที่ใช้วิตามินดีจริงและวิตามินดีหลอก

ในกรณีของโอเมก้า 3 มีผู้เข้าร่วมจำนวน 820 คนที่ได้รับโอเมก้า 3 จริงและมีจำนวน 797 ที่ได้รับโอเมก้า 3 หลอกได้เกิดเป็นโรคมะเร็ง  และมีจำนวน 386 คนที่ได้รับโอเมก้า 3 จริงและจำนวน 419 คนที่ได้รับโอเมก้า 3 หลอกประสบกับการมีอาการทางหัวใจหลอดเลือด

ในกรณีของโอเมก้า 3 เช่นกันที่ผลการทดลองได้รับตัวเลขใกล้เคียงกันมากที่ทำให้เชื่อได้ว่าโอเมก้า 3 ไม่ได้มีสรรคุณในการป้องกันการเป็นโรคมะเร็งและโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดหัวใจต่างๆ

อย่างไรก็ตามจากผลการศึกษานี้พบด้วยว่าใน 28% ของผู้เข้าร่วมที่ได้รับโอเมก้า 3 จริงมีความเสี่ยงจากการเกิดการเป็นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันลดลง และโดยเฉพาะผู้เข้าร่วมที่เป็นชาวผิวดำมีความเสี่ยงของการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันลดงไปถึง 77%

 

 

error: กด RightClick แทน