กล้องโทรทรรศน์อวกาศที่ใหญ่ที่สุดในโลก จะส่งขึ้นสู่อวกาศในปี 2018

JWST ภาพโดยนาซ่า

หลังจากที่องค์การนาซ่าของสหรัฐอเมริกาและองค์การอวกาศนานาชาติใช้เวลาถึง 20 ปีในการพัฒนาและสร้างกล้องโทรทรรศน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกกำลังอยู่ในขั้นตอนทดสอบสุดท้ายก่อนที่จะส่งขึ้นไปในอวกาศในปี 2018

JSWT ในห้องสูญญากาศ ภาพโดย นาซ่า

กล้องโทรทรรศน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีชื่อกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์ (James Webb Space Telescope)  หรือกล้องโทรทรรศน์อวกาศ JWST จะเข้าสู่ขั้นตอนทดสอบสุดท้ายในห้องสูญญากาศขนาดยักษ์ โดยที่มันจะถูกตรวจสอบในสถาวะต่างๆ เช่น สูญญากาศ และอุณภูมิที่หนาวเย็นถึง -260 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 90 วัน เพื่อให้แน่ใจว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศ JWST สามารถรับกับสภาวะเมื่อมันอยู่ในอวกาศได้

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ JWST เริ่มต้นถูกพัฒนาตั้งแต่ปี 1996 และถูกให้ชื่อเป็น Next Generation Space Telescope หรือแปลได้ว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศรุ่นถัดไป แต่ถูกเปลี่ยนชื่อว่าเป็น James Webb Space Telescope เพื่อให้การยกย่องกับ James E. Webb ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในนาซ่าในโครงการอพอลโลและการจัดตั้งงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ให้เป็นกิจกรรมหลักขององค์การนาซ่า

JSWT ภาพโดยนาซ่า

โครงการพัฒนากล้องโทรทรรศน์อวกาศ JWST เป็นโครงการที่องค์การนาซ่าร่วมด้วยกับองค์กรอวกาศของประเทศอื่นๆ เช่น องค์การอวกาศยุโรปและองค์การอวกาศแคนาดา

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ JWST จะเป็นกล้องที่ใหญ่ที่สุดใหญ่ซึ่งใหญ่กว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลแต่จะมีน้ำหนักเบากว่าครึ่งหนี่ง กระจกสะท้อนแสงของกล้องโทรทรรศน์อวกาศ JWST จะเคลือบด้วยทองเบริลเลียมมีขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 6.5 เมตร

ภาพกระจกสะท้องแสงของ JSWT กับของฮับเบิล ภาพโดย Creative Commons

นอกจากใหญ่กว่าแล้วกล้องโทรทรรศน์อวกาศ JWST จะมีกำลังความสามารถมากกว่ากล้องอวกาศฮับเบิลอยู่มาก เนื่องจากหนึ่งกระจกสะท้อนแสงที่มีขนาดใหญ่กว่า และสองมันถูกออกแบบมาให้สะท้อนและเก็บแสงอินฟราเรดมากว่ากล้องฮับเบิลที่มีความไวแสงอินฟราเรดน้อยกว่าอยู่มาก

ภาพโดยนาซ่า

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ JWST จะถูกส่งขึ้นไปในอวกาศในตำแหน่งที่เรียกว่าจุด L2 (Lagrange Point ) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ห่างออกไปจากโลก 1.5 ล้านกิโลเมตร ในตำแหน่ง L2 จะเป็นตำแหน่งที่อยู่ด้านหลังโลกทำให้บังแสงสีอินฟราเรดที่แผ่จากดวงอาทิตย์ทำให้กล้องโทรทรรศน์มีความไวต่อแสงสีอินฟราเรดเพิ่มมากขึ้น

ตำแหน่ง L2 ภาพโดยนาซ่า

ด้วยความไวขนาดนี้จะทำให้สามารถมองผ่านฝุ่นจักรวาลที่บดบังจักรวาลอยู่ และทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถมองเห็นกาแลคซีที่เกิดขึ้นในช่วงการเกิดขึ้นของจักรวาลหลังจากการระเบิดครั้งใหญ่ของจักรวาล นอกจากนี้ความไวของกล้อง JWST จะทำให้สามารถวิเคราะห์ชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่โคจรผ่านรอบดาวฤกษ์ของมัน

เมื่อถูกทดสอบเสร็จสิ้นกล้อง JWST จะถูกส่งไปยังเฟรนช์เกียนาทางเรือหกเดือนก่อนการส่งขึ้นสู่อวกาศ องค์กรนาซ่ามีกำหนดในการส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศ JWST ด้วยจรวดเอเรียน 5 ในเดือนพฤศจิกายนปี 2018 จากนั้นเราหวังว่านักวิทยาศาสตร์สามารถค้นพบและให้คำตอบเกี่ยวกับจักรวาลของเราที่หลายอย่างยังคงเป็นความลึกลับอยู่

 

อ่านเรื่องราวอื่นๆ เกี่ยวกับอวกาศ


 

ที่มาองค์การนาซ่า

 

error: กด RightClick แทน