กังหันลมที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้มากที่สุดปี 2016

กลุ่มประเทศในยุโรปเหนือโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียที่ประกอบด้วยประเทศเดนมาร์คนอร์เวย์และสวีเดนเป็นกลุ่มประเทศที่เน้นกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิงแวดล้อมซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับประเทศอื่น ในประเทศเดนมาร์คใช้กระแสไฟฟ้าที่ผลิตจากฟาร์มของกังหันลมขนาดมหึมาจำนวนมากนอกชายฝั่งของประเทศในทะเลเหนือ

เมื่อเร็วๆ นี้ได้ประกาศว่ากังหันลมยักษ์ของเดนมาร์กเครื่องหนึ่งได้ทำลายสถิติของการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากกระแสลมในระยะเวลา 24 ชั่วโมงได้มากที่สุดในโลกที่ 216,000 kWh (กิโลวัตต์ชั่วโมง)ต่อหนี่งเครื่อง เพื่อให้เห็นภาพจากข้อมูลของ World energy Council ประเทศไทยใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยบ้านละ 2,400 kWh ต่อปี นั้นก็หมายถึงว่าพลังงานที่ผลิตจากกังหันลมหนึ่งวันสามารถทำให้บ้านหนึ่งหลังในประเทศไทยใช้กำลังไฟฟ้าได้ถึง 90 ปี ในประเทศในเขตหนาวจะใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่าประเทศในเขตร้อน

กังหันลมยักษ์ของเดนมาร์กมีความสูง 220 เมตร (ตึกใบยกสูง 304 เมตร) ใบพัดแต่ละใบมีน้ำหนักถึง 35 ตันและมีความยาวของใบที่ 80 เมตร (ความยาวเท่ากับรถเมย์ต่อกัน 7 คัน) กังหันลมยักษ์นี้ตั้งอยู่ที่นอกชายฝั่งของเมือง Østerild ประเทศเดนมาร์กผลิตโดยบริษัท  MHI Vestas Offshore Wind ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Vestas Wind Systems ของเดนมาร์กและ Mitsubishi Heavy Industries ของประเทศญี่ปุ่น กังหันลมนี้มีชื่อว่า V164-8.0 MW ซึ่งกังหันลมต้นแบบได้ถูกเปิดเผยโดยบริษัทเมื่อปลายปีที่แล้วและไม่นานจากนั้นก็ทำลายสถิติในการผลิตพลังงานไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมกังหันลมได้ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 215,999.1 กิโลวัตต์ชั่วโมงในระยะเวลากว่า 24 ชั่วโมงซึ่งเป็นสถิติใหม่ของการผลิตไฟฟ้าด้วยกังหันลม ในเดือนเมษายนปีที่ผ่านมากังหันลม V164-8.0 MW สองเครื่องได้ถูกเปิดตัวทางพานิชณ์อย่างเป็นทางเป็นทางการ และมีบริษัทไฟฟ้าในหลายประเทศที่สนใจสั่งซื้อกังหันลมรุ่นนี้

ดูเหมือนว่าประเทศเดนมาร์กกำลังเป็นผู้นำในการผลิตพลังงานทดแทนจากลมนอกชายฝั่งทะเล ในปี 2015 ฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าเกินความต้องการของการใช้ภายในประเทศเป็นครั้งแรก ยังมีอีกหลายประเทศที่ยังคงผลิตไฟฟ้าจากการเผาผลาญที่ทำให้เกิดแก๊สเรือนกระจก การเป็นตัวอย่างของการใช้พลังทดแทนของประเทศเดนมาร์กหวังว่าจะทำให้ประเทศในหลาย ๆ ประเทศหันมาใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมโลกกันมากขึ้น

 

อ่านเพิ่มเติมเรื่องราวเกี่ยวกับพลังงานทดแทน


 

ที่มา MHI Vestas Offshore Wind และ World energy Council 

ภาพจาก MHI Vestas Offshore Wind

 

error: กด RightClick แทน