นักวิทยาสตร์ใช้ไวรัสซิก้ารักษาโรคมะเร็งสมองชนิดร้ายแรง

ไวรัสซิก้าเป็นไวรัสที่อันตรายโดยเฉพาะกับเด็กในครรภ์ ถ้ามารดาได้รับเชื้อไวรัสขณะที่กำลังตั้งครรภ์จะทำให้ทารกในครรภ์มีโอกาสทำให้เกิดภาวะทางสมองที่เรียกว่าไมโครเซบฟาลี แต่นักวิทยาศาสตร์จากสหรัฐอเมริกาสามารถใช้ไวรัสซิก้าในการรักษามะเร็งสมองชนิดร้ายแรงสำเร็จในหนู

จนถึงปัจจุบันไวรัสซิก้าถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของประชากรโลก แต่ผลการวิจัยล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่าเชื้อไวรัสสามารถใช้ทำให้ติดเชื้อและฆ่าเซลล์มะเร็งที่ยากที่จะรักษาในสมองของผู้ใหญ่ได้ ผลการทดลองถูกตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Experimental Medicine ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการทดลองใช้ไวรัสซิก้าเข้าไปติดเชื้อและทำลายเฉพาะเซลล์มะเล็งในสมองของหนูโตเต็มวัย

ถึงแม้ว่าการวิจัยนี้ยังจะห่างไกลจากการทดลองทางคลินิกกับมนุษย์อยู่ แต่การทดลองรักษามะเร็งสมองด้วยไวรัสซิก้าในห้องแลปกับเซลล์ของมนุษย์ได้ผลเป็นอย่างดี

มะเร็งสมองมีด้วยกันหลายชนิดแต่ชนิดที่เรียกว่ามะเร็งกลิโอบลาสโตมาเป็นมะเร็งที่พบส่วนมากในผู้ใหญ่ และเป็นหนึ่งในมะเร็งที่ยากที่จะรักษา มะเร็งชนิดนี้เจริญเติบโตและแพร่กระจายอย่างรวดเร็วซึ่งจะทำให้ยากที่จะแยกแยะระหว่างเซลล์ดีและเซลล์มะเร็ง การบำบัดด้วยการฉายรังสี การทำเคมีบำบัด และการผ่าตัดอาจไม่เพียงพอที่จะกำจัดมะเร็งที่แพร่กระจายให้หมดไป

การวิจัยในครั้งนี้เป็นการรวมมือกันระหว่างนักวิทยาศาสตร์จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยวอชิงตันและคณะแพทย์ศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนียซานดิเอโก ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองกับหนูที่เป็นมะเร็งในสมองและการรักษาปัจจุบันไม่ได้ผล ไวรัสซิก้าถูกฉีดเข้าไปในสมองซึ่งจะเข้าทำร้ายเซลล์มะเร็งกลิโอบลาสโตซึ่งเป็นชนิดของสเต็มเซลล์ นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่านั้นอาจจะอธิบายว่าทำไมเด็กทารกในครรภ์ถึงได้รับผลกระทบทางสมองจากเชื้อไวรัส เนื่องจากเด็กทารกที่กำลังเจริญเติบโตมีสเต็มเซลล์ในสมองจำนวนมาก

ในทางกลับกันในสมองของผู้ใหญ่จะมีสเต็มเซลล์ไม่มาก ซึ่งทำให้ไวรัสซิก้าจะเข้าติดเชื้อและทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็งซึ่งเป็นชนิดของสเต็มเซลล์เท่านั้น และไม่ทำลายเซลล์ดี ๆ อื่น ๆ อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยนักวิทยาศาสตร์ได้เริ่มที่จะทำงานเพื่อทำการดัดแปลงให้เชื้อไวรัสเหล่านี้มีความอันตรายน้อยกว่าซิก้าไวรัสโดยทั่วไปก่อนที่จะไปถึงการทดลองทางคลินิกกับมนุษย์ในอนาคต โดยที่ทีมนักวิทยาศาสตร์คาดหวังที่จะเริ่มการทดลองทางคลินิกกับมนุษย์ภายใน 18 เดือน

 


 

ที่มาวารสาร Journal of Experimental Medicine

 

error: กด RightClick แทน